ชายแปลกหน้า กับเงิน 20 บาท
posted on 27 Nov 2007 00:16 by multismile in Diaryวันนี้มีเรียนร้องเพลงตอน บ่าย 3 เป็นวันที่อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าเปิด มีแดดอ่อนๆ มีลมแห่งฤดูหนาวโชยมาพอแตะผิวให้รู้ว่า...นี่คือฤดูของมัน
วันนี้ยิ้มใส่เสื้อเหลืองแขนยาว กางเกงยีนส์ขาเดฟสีซีดจางๆ กับรองเท้าผ้าใบสีขาวนวลคู่เก่ง สะพายกระเป๋าสีน้ำตาลลายมิกกี้เมาส์ (อยากจะบอกว่านี่คือการแต่งตัวชิวๆ สไตล์ยิ้มเลยค่ะ)
ได้รับคำชมจากครูไปว่า...เสียงเอื้อนแปลกดี ไพเราะดี เสียงหวานด้วย
แต่....มันแบนไปหน่อย
ทำให้เวลาร้องแล้วจะเหนื่อย แล้วพอกักลมไม่พอ เสียงสูงก็จะล่มได้ แต่ถ้าไม่ล่ม ไหล่ของเราก็จะยกขึ้นตลอด จะดูเสียบุคลิกไป จึงต้องอ้าปากกว้่างๆ อ้า.....าาา
ให้ลิ้นโค้งเป็นแอ่ง เวลาร้องคำที่เน้นๆเสียง จะได้ร้องสบาย
ตั้งแต่ร้องเพลงมาในชีวิตนี้ ก็ไม่เคยรู้เลยว่าเรามีจุดบกพร่องอย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ! เวลาร้องเพลงที่เมโลดี้มันต่อเนื่อง บางทีก็จะแบ่งคำเป็นท่อนๆ ไม่ smooth (ราบเรียบ) เลยอ่ะ ก็เลยได้การบ้านมาแก้ไขจุดบอดตรงนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย อาทิตย์หน้าจะรับปริญญาแล้ว ก็ต้องหยุดเรียนไปเต็มๆเลย กลับไปเรียนอีกที ครูจะสอนเรื่องใหม่แล้ว และจะตามแก้การบ้านที่ให้ไปด้วย จริงๆครูเค้าก็ไม่ได้พูดหรอกนะว่า...ยิ้มต้องไปฝึก ยิ้มต้องไปแก้อะไร แต่ยิ้มรู้ดีว่ามันเป็นหน้าที่ของนักเรียนที่ดีที่จะต้องฝึก เพื่อพัฒนาตัวเราเอง
รู้สึกดีมากๆที่วันนี้ได้รับความรู้และสิ่งดีดี เกี่ยวกับการร้องเพลง ที่เราหวังจะได้เรียนมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็มาได้เรียนเอาตอนโตซะแล้ว
และที่สำคัญ ฝัน...ของยิ้ม ยิ้มจะต้องทำมันให้ได้ และจะตั้งใจทำอย่างดีที่สุด
คุณครูวันนี้น่ารักจัง! จับปากล้วงคอสอนเรากันเลยทีเดียว ถึงพริกถึงขิงมาก ได้ใจไปเลยเต็มๆ และได้พูดคุยกับครูมากขึ้น ครูเป็นคนน่ารักมากๆคนนึงเลยก้ว่าได้...
เรียนเสร็จ...ต้องไปทำธุระบ้านอาต่อที่หน้ารามคำแหง ครูมาส่งที่ป้ายรถเมล์ เพราะครูมีธุระต่อ ยิ้มก็นั่งรอรถเมล์...
ถามคุณป้าที่นั่งข้างๆ.......
ยิ้ม : โทษนะคะ ไม่ทราบว่านั่งรถสายอะไรจากนี่ไปหน้ารามได้บ้าง?
คุณป้า : หนูต้องนั่ง 207 นะ แต่..ไม่ใช่ฝั่งนี้นะ ฝั่งโน้น...(ทำท่าชี้ไปฝั่งโน้น)
ยิ้ม : อ่อ! เกือบขึ้นผิดทางซะแล้ว ขอบคุณค่ะ
เดินๆๆ ข้ามถนน ไปฝั่งตรงข้าม..
เจอคุณน้าอีกคนนึง...
ยิ้ม : โทษนะคะ! รถ 207 นั่งได้ทุกคันมั้ยคะ? (หมายถึงไอ้รถมินิบัสไปได้มั้ย)
คุณน้า : หนูต้องนั่งสีขาวคาดฟ้าอย่างเดียวนะ เพราะรถเล็ก มันไปบางกะปิ
ยิ้ม : อ้อ!!! อย่างนี้เอง ค่าาาา ขอบคุณนะคะ
คุณน้า : หนู น้าไปก่อนนะ (มีรถเก๋งโตโยต้าสีขาวเคลื่อนตัวเข้ามารับ)
ยิ้ม : (ไอ้เราก็นึกว่ารอรถเมล์เหมือนเรา 55
) อ่อ! ค่าาา ^^
สักพักมีผู้ชายบุคลิกดี อายุประมาณ 30 ได้ หอบแบบ drawing(น่าจะเป็นช่างแบบ ไม่ก็วิศวกร) พะรุงพะรัง เดินตรงดิ่ง มายังข้างหน้ายิ้มด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน โดยที่ยิ้มกำลังนั่งไขวห้างชิวๆรอรถเมล์ พร้อมกับถือแบ็งค์ 20 เอาไว้ในมือ และก็โกยแบ็งค์ไปท้าวคางอย่างสบายอารมณ์อยู่่
ช. แปลกหน้า : น้องๆครับ !! จะเป็นอะไรมั้ยถ้าพี่จะขอยืม เงิน 20 บาทในมือน้องอ่ะครับ เพราะพี่ลืมกระเป๋่าตังค์ไว้ในรถเพื่อน พี่ไม่มีเงินเดินทางไปออฟฟิตเลย
ยิ้ม : (ทำหน้า งง
) เอ่อ...ถ้าพี่ยืมไป แล้วพี่จะคืนยังไงล่ะ งั้นพี่เอาไปเถอะ!
ช.แปลกหน้า : เออ..ใช่สิ่ งั้นพี่ขอน้องแบบหน้าด้านๆเลยแล้วกันนะครับ พี่ต้องรีบไปจริงๆ
ยิ้ม : (ยื่นให้ไป 20 จากในมือ) อ่ะ! พี่....
ช.แปลกหน้า : (เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมา) เฮ้ยย!! กรุโทรหาเมิงไม่ติดเลย ไม่เป็นไรๆ พอดีเจอน้องใจดีคนนึงที่ป้ายรถเมล์ว่ะ ขอเงินเค้ามาขึ้นรถดื้อๆเลย จะไปเดี๋ยวนี้แหละ (หันมามองทางเรา) น้องครับ ขอบคุณน้องมากๆเลยนะครับ พี่ขอบคุณจริงๆนะ
ยิ้ม : ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ
ช.แปลกหน้า : น้องจะไปไหนหรอ? (น่ากลัวนะเนี่ย ถามทำไม?)
ยิ้ม : อ่อ! ไปหน้ารามค่ะพี่(ก็ยังบอกอ่ะเนอะ)
ช.แปลกหน้า : น้องนั่ง 207 ได้นะครับ
หลังจากนั้นรถ 207 ก็มาพอดี พี่เค้าตะโกนบอกว่า....ค่ารถมัน 8 บาทนะครับ มีเศษพอมั้ย? อ่อ..มีค่าาา
น้องโชคดีนะครับ ค่าาา โชคดีค่าาาาา
....................................
เรื่องราวก็จบลง มันเป็็้นบทสนทนาที่สั้นๆ ไม่ได้มีเนื้อความอะไรมากมายนัก แต่...ยิ้มกลับรู้สึกดี เรารู้สึกดีที่เราได้ช่วยคนคนนึงที่กำลังอยู่ในนาทีคับขัน หาทางออกไม่ได้ ด้วยปัจจัยที่มันสุดวิสัยจริงๆ เรารู้สึกว่าเค้าคนนั้นโชคดีที่มาเจอเรา ที่กำลังถือเงินอยู่ในมือพอดี จึงเป็นการง่ายที่เค้าจะกล้าเอื้อยเอ่ยขอความช่วยเหลือ เพราะถ้าที่ตรงนั้น ไม่มียิ้มนั่งรอรถเมล์ ไม่มีคนที่ถือเงินอยู่ในมือ 20 บาท พี่ชายคนนั้น คงไม่รู้จะไปเอ่ยขอกับใคร เพราะมันคงดูไม่ดีแน่ ถ้าอยู่ดีดีจะไปเดินขอเงินชาวบ้านเค้าง่ายๆอย่างนั้น คนอื่นถ้าไม่ได้ถือเงินอยู่ในมือด้วย ยิ้มว่าคงเป็นการยากที่จะควักกระเป๋าตังค์เพื่อหยิบเงินให้คนแปลกหน้า มันไม่น่าไว้ใจได้ขนาดนั้น แต่เพราะ..
ความบังเอิญที่เหมาะเจาะแบบนี้นี่เอง เหตุเกิดที่ป้ายรถเมล์กับบทสนทนากับผู้คนที่ไม่รู้จัก 3 คน ยิ้มรู้สึกว่าถ้าเราไม่มองอะไรในแง่ร้ายจนเกินไป สิ่งดีดี ในโลกนี้มันก็เกิดขึ้นได้ทุกวัน ทุกเวลา ไม่เลือกสถานที่ซะด้วยสิ่ แต่เราคงไม่มองในแง่ดีซะจนตามใครเค้าไม่ทัน อันนี้ก็คงไม่ดีนัก เพราะสมัยนี้ภัยสังคมมีอยู่รอบด้าน เราเพียงแค่..รู้จักมอง...ยิ้มรับให้กับสิ่งดีดีที่เรามีให้แก่กันบ้างเล็กน้อยในสังคม
มันก็เป็น..............สุขใจ........
ps. วันนี้ได้บัตร คอนเสริต KTC LOVEiS WinterFestival 2007 มาด้วย ดีใจจัง!
edit @ 27 Nov 2007 01:33:01 by Om-Yim
เหมือนว่าจะเคยคับขันยั่งงั้นเหมือนกันเมื่อนานมาละ รู้สึกว่าจะลืมกระเป๋าตัง เลยต้องขอยืม(แบบไม่รู้ว่าจะคืนยังไงนี่แหละ)มา 5 บาท
#1 By Toh on 2007-11-27 01:58